![]() |
|
Spaces home I am TheCodes (aka Ryoic...PhotosProfileFriendsMore ![]() | ![]() |
|
No folders have been shared yet.
I am TheCodes (aka Ryoichi,ลุงโฉด,ลุงบาส...)หนึ่งคน ล้านความคิด หนึ่งชีวิต ล้านความฝัน หนึ่งคน ล้านความสัมพันธ์ แต่หนึ่งเธอนั้น ... สำคัญกว่าล้านคน
9/18/2007 วันวานของผม... episode 1 วัยเรียน ไม่รู้ครึ้มออกครึ้มใจอะไร มานั่งพิมพ์เอนทรี่ อยู่ๆก็นึกถึงสมัยก่อน แล้วอยากเล่าขึ้นมา ในวัยเด็ก ผมย้ายโรงเรียนบ่อยมากบ่อยจนน่าตกใจ เลยนึกว่างๆมานั่งทำลิสท์ นี้ต้อง คนใกล้ตัวหน่อยนึง ถึงจะอ่านแล้วนึกตามออก เหอๆ เกิดรพ.แมคคอร์มิคเชียงใหม่ ในตระกูลที่เรียกได้ว่ามีฐานะดีมากตระกูลหนึ่งในจังหวัดลำพุน ชีวิตในวัยเด็กบางช่วงก็คุณชายดีๆนี่เอง แสนสบาย ไปโรงเรียนมีคนใช้ไปส่ง ไปซื้อของล่นที่ตันตราภัณฑ์ทุกอาทิตย์ ค่อนข้างมีคนโอ๋ เพราะเป็นลูกชายคนแรกของGenerationคุณพ่อ อนุบาล - อนุบาลใบบุญ ป.1 - โรงเรียนอนุบาลลำพูน ป.2 - โรงเรียนอนุบาลเชียงราย ย้ายมาเพราะว่าคุณพ่อเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็ง แล้วญาติทางบ้านคุณพ่อบางคนไม่ค่อยชอบคุณแม่เท่าไร อยู่ไปก็อึดอัด แม่เลยตัดสินใจมาิอยู่เชียงรายเพราะญาติทางแม่อยู่ที่นี่เยอะ ย้ายมาโดยไม่เอาเงินหรือทรัพย์สินทางนั้นติดมาํซักกะบาท แต่พวกปากหมาบางคนเอาไปพูดในตลาดว่า แม่แบ่งสมบัติมาจากทางนั้นได้หลายล้าน... ป.3 - ย้ายมาอยู่โรงเรียนบ้านสันโค้งยังคงอยู่จังหวัดเชียงราย เนื่องจากอยู่ใกล้บ้าน สมัยนั้นแม่ผมคั่วถั่วใส่ถุงไปขาย ถุงละ 5บาท รันทดมากๆ ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 3บาท พูดถึงนี่ไม่ได้น้อยใจอะไรหรอก เพียงแต่นึกถึงแล้ว เ็ฮ้อ สงสารคุณแม่จัง ถ้าได้มาหลายล้านจริงจะมานั่งทอดถั่ว คั่วถั่วใส่ซองไปขายเหรอ.. ป.4 - ย้ายกลับไปอนุบาลลำพูน ด้วยเหตุเพราะว่าแม่ผมคนเดียวไม่สามารถแบกรับภาระเลี้ยงลูกถึง 4คนได้ ประกอบกับอากง(คุณปู่)ที่ลำพูนค่อนข้างที่จะรักผมออกหน้าออกตา ท่านก็เลยบอกว่าจะรับเลี้ยงดูผมให้ ส่วนพี่สาวอีก1คน กับน้องอีก2คน แม่รับปากจะเลี้ยงดูเอง กลับมาเป็นคุณชายอีกครั้ง..ไปเชียงใหม่ทุกอาทิตย์ จำได้ดีว่าคุณแม่ไปเที่ยวหาตอนปิดเทอมจะขึ้นป.5 แล้วพอคุณแม่กลับปุ๊บ ผมก็แอบมานั่งที่บันไดบ้านแล้วร้องไห้ร้องแตกร้องแตน จนคุณอา(ซึ่งตอนวัยรุ่นเนี่ยเป็นคู่กัดกับพ่อผ ตีกันตลอด)มาเห็นแล้วอดสงสารไม่ไหว เลยจับผมขึ้นรถยนต์แล้วขับรถตามรถเมลล์ออกไป จากตัวเมืองลำพูน กว่าจะตามรถเมลล์ที่คุณแม่นั่งไปได้ ก็เลยเหมืองง่าไปพอสมควรแล้ว คุณอาขับรถไปเทียบกับรถเมลล์เลย แล้วโบกๆให้รถเมลล์จอด คนขับรถเมลล์ไม่รู้เรื่องก็ขับต่อไปเรื่อยๆ จนคุณอาต้องปาดหน้า ให้รถเมลล์และผู้โดยสารในรถเสียวเล่นๆ พอรถเมลล์จอดแล้ว ไม่รู้ว่าคนขับอยู่ในอารมณ์ใหน ไ่ม่ได้สังเกตุ รู้แต่ว่าแม่ผมวิ่งมากอดด้วยน้ำตาเต็มหน้า T-T ส่วนคนขับเห็นอย่างนั้นแล้วก็คงไม่อยากโวยแล้วมั้ง ปิดเทอมครั้งนั้นก็เลยกลับมาอยู่กับคุณแม่ที่เชียงราย พอเปิดเทอมก็กลับไปอยู่ลำพูน ป.5 - มีคนรักก็มีคนชัง มีครั้งนึง ผมเข้าห้องน้ำที่ห้องน้ำหน้าห้องของคุณปู่ ซึ่งห้องน้ำห้องนี้แทบจะเรียกได้ว่าเป็นห้องน้ำส่วนตัวก็ได้ เพราะอยู่ในมุมส่วนตัวที่เป็นห้องคุณปู่ ซึ่งคนทั่วไปถ้าไม่มีกิจใดๆแล้วจะไม่เดินมาแถวนี้ แม้แต่คนใช้ถ้าไม่ได้มาทำความสะอาดหรือไม่มีธุระก็ไม่เดินมาแถวนี้ ผมก็เข้าไปนั่งชักโครกถ่ายหนัก ิ... น้าเขยซึ่งไม่รู้มาเสร่ออะไรแถวนี้ เพราะปกติแกก็อาศัยอยู่ตึกข้างๆอีกหลังอยู่แล้วไม่รู้ผีเปรตตัวใดดลใจมาเดินแถวห้องคุณปู่ ก็มาเห็นผมเข้าห้องน้ำไม่ปิดประตู ก็เปิดฉากด่า เข้าห้องน้ำไม่ปิดประตู บลาๆๆๆๆ .....ก็ปู่สั่งไว้ว่าเข้าห้องน้ำไม่ต้องปิดประตู...เพราะเด็กอยู่เกิดมีอะไรจะได้ช่วยเหลือ หลังจากนั้น ก็มีอีกหลายที แต่อีกอันนึงที่นึกถึงแล้วรู้สึกรันทดพอดูก็ตอนที่ปู่ไปธุระที่กรุงเทพฯ แล้วผมซื้อด้วงกว่างมาเลี้ยง ก็โดนน้าเขยด่าอีก สักพักตอนที่ผมนั่งอยู่ชั้น1 ของบ้านปู่นั้นเอง น้าเขยคนเดิมก็กลับมา คนใช้ก็รู้ว่ามันจะมาหาเรื่องผมเลยวิ่งมาบอกก่อนว่า "บาสหนีเร็ว มันมาแล้ว ถือไม้มาด้วย" ผมได้ยินยังงั้นไม่รู้จะทำยังไง วิ่งหนีขึ้นชั้นสอง แน่นอนว่า ต้องวิ่งหนีเข้าห้องนอนของคุณปู่แล้วล๊อคห้องทันที แค่ชั่วหายใจเข้าแล้วหายใจออก มันก็มาบิดลูกบิดห้องคุณปู แต่ว่าผมล๊อคไว้ มันก็บอกให้ผมไปนอกห้อง มีเรื่องจะคุย(มีเรื่องจะคุยเหรอนั่น ถือไม้เรียวเดินข้ามตึกมายังงั้น...) มันก็ไม่กล้าทำอะไร ทุบประตูทีนึงแล้วกลับไป .....ห้องของคุณปู่ผม ที่ๆผมรู้สึกปลอดภัยที่สุดในชีวิตวัยเด็ก พอมันกลับไปได้ซักครึ่งชั่วโมงคนใช้ก็ขึ้นมาบอกผมว่ามันกลับไปแล้ว ออกมาได้ พอป.6 ก็ย้ายกลับมาเชียงรายคุณแม่เก็บเงินได้และก็เปิดร้านซัก อบ รีด ก็เริ่มมีเงินใช้ขึ้นมาบ้าง น้องสาวนั้นอาม่า(ยาย ทางแม่)รับไปเลี้ยง และคุณปู่ก็แวะมาเที่ยวหาบ่อยๆ ซื้อเครื่องFAMICOM(ย่อมาจาก Family Computer)มาให้ ตอนนั้นแพงมาก 2,400บาท พร้อมกับตลับเกม Algos no Senshi(Rygar),PAC MAN และก็มีข้าวสาร 1กระสอบทุกที นอกจากนั้นก็แล้วแต่โอกาสว่าคุณปู่จะซื้ออะไรมาฝาก ที่สำคัญซาลาเปาวิกุลเชียงใหม่อร่อยที่สุดในโลก คุณปู่ซื้อมาให้ทุกที ป.6 - โรงเรียนเชียงรายวิทยาคม สมัยนั้นเล่นเกมเยอะจนได้ฉายาไอ้บ้าเกมส์ แต่ก็ประหยัดตังนะเออ.. ย้ายมาแบบเอ๋อๆ เพราะตอนแรกที่จะย้ายไปโรงเรียนบ้านสันโค้งซึ่งใกล้บ้านมากกว่านั้น ทางโรงเรียนเรียกค่าแป๊ะเจี๊ยะหนักไป แม่สู้ไม่ไหวก็เลยพาไปเข้าโรงเรียนเชียงรายวิทยาคมแทน ซึ่งคนเชียงรายเรียกติดปากว่าโรงเรียนคริสท์ เพราะรู้สึกชื่อเดิมจะเรียกว่าเรียกว่า "โรงเรียนคริสเตียนวิทยาคม" ซึ่งโรงเรียนนี้อยู่ในเครือของสภาคริสตจักรแห่งประเทศไทย เช่นเดียวกับโอเวอร์บุร๊คและแมคคอร์มิค ม.ต้น - โรงเรียนสามัคคีวิทยาคม จำไม่ได้ว่าเข้าเรียนที่นี่ได้อย่างไรแต่ก็เรียนไปแบบขำๆ เรียนไปเล่นไป ไม่เก่งนักตามสไตล์เด็กผู้ชายทั่วไป ตอนม.1จำได้ว่าจะพากันไปนั่งเล่นเกมบอมเบอร์แมน,Motor Roaderที่ร้าน ซึ่งเป็นเกมของเครื่องPC-Engine ที่สามารถต่อมัลติแทบได้5คน สนุกสนาน ตอนม.3 เป็นคนเดียวที่ได้เกรด4ฟุตบอล ขอย้ำว่าคนเดียวที่ได้ เพราะคนอื่นติดร.หมด และก็ปีนี้ได้เป็นหัวหน้าห้องด้วย (/")/ - ตอนม.3 คุณปู่(ลำพูน)ไปผ่าตัดนิ่ว ช่วงที่ปิดเทอมเตรียมเรียนต่อนั้น ก็เลยไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาลเชียงใหม่ราม1 ไปถึงคุณปู่ก็บอกว่าอยากกินข้าวเหนียว ให้ผมไปซื้อมาให้หน่อย ผมก็ทักไปด้วยความไม่ประสาว่าท้องไส้ไม่ดี กินข้าวเหนียวจะดีเหรอมันย่อยยาก คนขับรถของคุณปู่ก็บอกว่าไปซื้อๆมาเถอะปู่เค้าอยากกินกับผม ผมก็เลยเออๆ ตามใจคนแก่ ไปซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง น้ำพริกหนุ่มมากินกับคุณปู่ กับคนขับรถ วันสุดท้ายที่จะกลับญาติๆเรียงหน้ากันเยอะผมก็นึกในใจว่า มีอะไรหว่ามากันพร้อมหน้าพร้อมตา ก็เรียงเข้ามาในห้องพิเศษที่คุณปู่รักษาตัวอยู่ ร้องไห้ร้องห่มกัน ผมก็เพิ่งรู้เอาวันที่จะกลับเชียงรายนี่แหละ ว่าตอนที่หมอผ่านิ่วไปนั้น ไปเจอมะเร็งเข้าที่ลำไส้ของคุณปู่ (ซึ่งคุณปู่เลิกบุหรี่,เหล้า ปตั้งแต่พ่อผมเสีย) ม.ปลาย/ปวช. ก็ไปสอบเข้าโรงเรียนสามัคคีฯที่เดิมนั่นแล แต่ไม่ได้เขียนชื่อลงบนกระดาษคำตอบเลยจำใจต้องไปเรียนปวช.ที่วิทยาลัยอาชีวะศึกษาเชียงราย ซึ่งไม่มีอะไรประทับใจ และส่วนมากไปเสนอหน้าอยู่ที่โรงเรียนสามัคคีฯซะบ่อย..ทั้งๆที่ไม่ได้เรียนที่นั่น และอยากได้วุฒิม.ปลาย เลยไปลงเรียนกศน.เอาวุฒิม.ปลายมาสมัครเรียนมหาวิทยาลัย - ปวช.ปี1 หลังจากสอบปลายภาคเสร็จ ช่วงสงกรานต์ขับรถไปเจอเด็กวิ่งผ่าข้ามถนนไม่ดูตาม้าตาเรือ ชนซะเลือดกลบปาก สลบเหมือด โชคดีที่ไม่ตาย ไม่งั้นคงไม่ได้มานั่งพิมพ์บลอกอยู่อย่างนี้ - ปวช.ปี1 ปลายปี คุณปู่กับมะเร็ง แม่พาผมและพี่น้องไปเยี่ยมคุณปู่เป็นครั้งสุดท้าย เราไปถึงล้านคุณปู่ที่ลำพูนเมื่อประมาณ 3ทุ่มครึ่ง คุณปู่ซึ่งไม่ค่อยรับรู้อะไรแล้ว จากปากคำของญาติๆที่อยู่ที่นั่น กลับรู้สึกตัวเมื่อแม่และผมไปถึงและพูดคุย คุณปู่นั้นยังเป็นคุณปู่ที่ผมรู้จักดีแต่ผอมกว่าที่เคยจำได้ คุณปู่ซึ่งแทบจะไม่มีเรี่ยวแรงแล้ว ก็พยายามที่จะล้วงมือเข้าไปหยิบของที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อ พอล้วงออกมาก็พบว่าเป็นเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งคุณปู่ก็เอามาใส่มือผมไว้ เป็นภาพที่ยังติดตาผมมาจนถึงตอนนี้ ญาติๆมาเล่าให้ฟังทีหลังว่าเวลาเช็ดตัวให้คุณปู่เปลีั่ยนเสื้อกี่ตัวๆ คุณปู่ก็จะเอาเงินจำนวนนั้นมาใส่ไว้ในกระเป๋าเสื้อตลอด ซึ่งคุณปู่ไม่ได้บอกอะไร ทางญาติที่อยู่ที่นั่นก็ไม่เข้าใจว่าคุณปู่ทำอะไร จนเห็นคุณปู่หยิบออกมาให้ผมนั่นแล ในคืนนั้นผมจำไม่ได้ว่าคุยอะไรไปกับคุณปู่บ้าง ในตอนเช้าพระวัดที่อยู่ใกล้ๆบ้านก็มาตักบาตรตามปกติ ผู้ใหญ่ก็นิมนต์ท่านเจ้าอาวาสมาสวดให้คุณปู่ เมื่อบทสวดจบลง ท่านเจ้าอาวาสออกจากบ้านของคุณปู่ประมาณ 07.00น. คุณปู่ก็ได้ตามท่านเจ้าอาวาสไปด้วย สมัยเรียนมหาวิทยาลัยพายัพ........เล่าในentryอื่นไปแล้ว(บางอันก็ลบไปแล้ว) ไม่เล่าละ ไว้วันหลังนึกอะไรออกจะมาเล่าละกัน ว่าจะเขียนเรื่องเรียนในวัยเด็กคร่าวๆ ดันเขียนไปเขียนมากลายเป็นเรื่องมะเร็งไปซะได้.. เศร้า entryนี้จบแค่นี้หละ เล็กๆน้อยๆสมัยอยู่ลำพูน - สมัยที่อยู่บ้านปู่ เข้านอนหนึ่งทุ่ม ตื่น ตี4 - จะได้เงิน 5 บาทไปซื้อข้าวเหนียวและกับข้าว ฟังดูอาจจะน้อย แต่จริงๆแล้วสมัยนั้นค่าครองชีพไม่สูงและอยู่ต่างจังหวัดอย่างลำพูน ข้าวเหนียวสองบาท ซื้อกับข้าวอีก 3บาทก็ิ่อิ่มแล้ว - กินข้าวเสร็จก็เพิ่งจะ 6 โมงเช้า แต่งตัวไปโรงเรียน บางวันฟิตๆก็วิ่งไปเอง ไปถึงคนแรกของโรงเรียน เย้ๆ แต่หลังๆมักจะรอดูเจ้าขุนทองตอน7โมงเช้าแล้วค่อยไปโรงเรียน - ตอนที่อยู่กับปู่นั้น เสาร์-อาทิตย์จะเปิดทีวีตั้งแต่ 8 โมงเพื่อดูการ์ตูน ช่อง9 ซึ่งตอนนั้นเพิ่งจะขยายฐานไปภาคเหนือ แต่เซ็งวันอาทิตย์มาก จะมีรายการธรรมะ - ป.4 เวลากลับบ้านต้องรอราชรถมารับ แต่มีอยู่วันนึง นั่งรอจน 5 โมงยังไม่มา ก็เลยวิ่งร้องไห้กลับบ้านคนเดียว ในใจก็คิดกลับไปถึงจะต่อว่าให้หนำใจ พอไปถึงประตูบ้านกลับพบว่าตำรวจเดินเข้าเดินออกบ้านหลายนาย พอเข้าไปในบ้านก็เจอปู่ ก็ร้องไห้ไปฟ้องปู่ว่าพี่คนขับรถไม่ไปรับ ปู่ตอบกลับมาว่าพี่คนนั้นหนะเค้าล้มหัวฟาดพื้นเสียชีวิตในห้องน้ำไปแล้ว ก็เลยไปรับไม่ได้ - ลำพูนเป็นเมืองเล็กๆ มีรถจักรยานปั่นแบบไม่ดูอะไร ใช้เวลาแค่ยี่สิบนาทีก็ทั่วตัวเมืองแล้ว - อยู่กับปู่ได้เงินไปโรงเรียนวันละ 7 บาท - ป.5 โรงเรียนจัดกรุ๊ปไปดูภาพยนต์ที่โรงหนังในจังหวัดลำพูน รู้สึกจะมี วัลลี และ น้ำพุ ปัจจุบันโรงหนังนั้นเจ๊งไปได้มากกว่าสิบห้าปีแล้ว - ราวๆ ปี41 ตอนนั้นผมเรียนเชียงใหม่ และไปเที่ยวลำพูน กะจะไปหาเพื่อนที่ชอบเล่นด้วยกันสมัยประถม ไปถึงหน้าบ้านกลับพบคำสั่งศาลแปะอยู่หน้าบ้าน ให้ยึดหรืออะไรซักอย่าง และไม่มีใครอยู่ที่บ้านหลังนั้นแล้ว - คุณอาที่เคยพาผมขึ้นรถไปปาดหน้ารถเมลล์นั้น ปัจจุบันไปปักหลักอยู่ที่อลาสก้า - คุณแม่ผม สบายดี ออกกำลังกายทุกวัน กินอาหารชีวจิตร ชีวิต..ก็เช่นนี้ มีสุข มีเศร้า เคล้ากันไป 8/27/2007 ใจหาย23 สิงหาคมที่ผ่านมา เวลาเช้า 09:16น. ผมได้รับsms1ข้อความ ที่มีใจความว่า "เย้ๆ visa***ผ่านแล้วเจ้าค่า กรี๊ดๆๆๆ คาดว่าเดินทาง 3octนี้ค่ะ" เพียงแค่สั้นๆเท่านี้ กลับทำให้ผมมีถึงสองความรู้สึกในชั่วขณะเดียว อย่างแรก คือดีใจที่เค้าสามารถทำฝันอันนึงที่เค้าตั้งใจเรียนและสอบToeflจนได้คะแนนดี และสามารถขอvisaเพื่อไปเรียนต่อที่อเมริกาได้สำเร็จ เค้าสมควรที่จะได้รับมันแล้ว อย่างที่สอง ผมใจหาย รู้สึกว่าเวลาที่จะได้คุย ที่เหลือน้อยเต็มทีได้ถูกกำหนดไว้แล้ว การจากกันครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆ เพราะครั้งนี้ไปเรียนยาว และไปไกลถึงอเมริกา ไม่รู้ว่าจากกันครั้งนี้แล้ว จะได้เจอกันอีกทีเมื่อใหร่ จากไอ้ข้อสองนี่ ทำให้ผมกลับมานึกว่าเริ่มถูกใจผู้หญิงคนนี้เมื่อไรนะ ซึ่งวันที่ 12 เมษายน 2547 ในผับแห่งนึง ที่เรามักนัดเจอกันในหมู่เพื่อนๆในช่วงสงกรานต์ ผมได้มาเจอKเป็นครั้งแรกในรอบเกือบๆสิบปี (ซึ่งสมัย ม.ปลายไม่เคยแม้แต่จะคุย) ไอ้ทีแรกนี้ ในใจก็ดูหน้าตาเฉยๆ เสียงก็แปลกๆ แต่การพูดจาดูแล้วเป็นมิตรดี แต่เมื่อได้นั่งร่วมโต๊ะและสังเกตุ ดูแล้ว กริยามารยาท และบุคลิค ท่าทาง กลับทำให้ผมชอบโดยที่ไม่รู้จะหาเหตุผลใดมาอธิบายได้ ในวันต่อมา 13 เมษายน 2547 กลับกลายเป็นวันสงกรานต์ที่ผมใจจดใจจ่อว่าจะได้เจอเพื่อนคนนี้อีกหรือเปล่า และแล้วในตอนค่ำผมก็ได้เจอเค้าอีกหนหนึ่ง ได้เจอสมใจ จบจากสังสรรค์ก็ไปต่อคาราโอเกะกัน แต่วันนี้ผมเงียบกริบ เพียงแค่ได้นั่งมอง ยิ้ม และหัวเราะไปกับเค้า ก็สนุกแล้ว ธันวาคม 2547 วันสิ้นปี หวังไว้เอาเองว่าจะได้เจอ ค่ำมาก็จัดแจงรีบเสนอหน้าไปกับเพื่อนๆกลุ่มเดิม กลับไร้ซึ่งเงาของK ในใจคิดว่าเสียดายแต่ปลอบใจตัวเองว่าไม่เป็นไร อีกสองสามเดือนก็เมษายนแล้ว ได้เจอตอนกลับมาช่วงสงกรานต์แน่ๆ วันสงกรานต์วันแรก เมษายน 2548 ผมได้เจอกับKสมใจ การเจอครั้งนี้ผมก็พูดไม่ค่อยออกเหมือนเดิม แทบจะเงียบเป็นเป่าสาก ได้แต่นั่งมองK สนุกสนานเฮฮากับเพื่อนๆไป เมษายน 2548 สงกรานต์วันที่สอง ไปต่อกันที่คาราโอเกะ นั่งเงียบไม่มักคุ้นกับไมค์เหมือนเดิม ได้แต่มองKแล้วนั่งยิ้มเป็นผีบ้าทั้งสองสามชั่วโมง ......... นั่นหละ มันเป็นสุขละ ธันวาคม 2548 ที่คาราโอเกะ K ไม่แจ่มใสเหมือนทุกที แต่เค้าก็พยายามเอ็นจอยกับเพื่อนให้เต็มที่ มาสะดุดที่ว่า เมื่อเค้าร้องเพลงๆนึงเสร็จซึ่งผมจำไม่ได้ว่าเพลงอะไร กลับตะโกนออกมาว่า "ไอ่เลว" ซึ่งสร้างความฉงนให้ผมอยู่ชั่วขณะ ด่ากูรึไงวะ และด้วยความรู้สึกอัดอั้นในใจ ไม่ใช่คาใจว่าด่าใคร แต่เป็นความรู้สึกที่สุมทรวงมาเกือบๆสองปี หลังจากวันปีใหม่เพียงแค่วันหรือสองวัน ผมได้ออกไป(ไปใหนไม่รู้)กับเพื่อนของK ระหว่างทางก็เลยถามเค้าว่า K "เนี่ยมีแฟนหรือยังบลาๆ.." เพื่อนก็ตอบมาว่า "เพิ่งเลิกกับแฟนไปไม่นานบลาๆ.." ก็เลยถึงบางอ้อว่า "ไอ้เลว" ที่เจ้าตัวเอื้อนเอ่ยออกมานั้นหมายถึงคนรักเก่าของเธอนั่นเอง แล้วเพื่อนคนนี้ก็สำทับคำถามกลับมาถามผมอีกว่า "ทำไม ชอบKเหรอ ถ้าชอบก็จีบสิว่างอยู่เลย" ผมก็ได้แต่ยิ้ม ให้เพื่อนรู้ว่า "เออ กูชอบ" มกราคม 2549 วันที่ 7 เสาร์ เวลาเย็นประมาณ 5 โมง 15 นาที ผมก็โทรไปหา K และชวนคุยได้ไม่กี่นาที แล้วก็อ้ำๆอึ้งๆถอนหายใจหลายเฮือก จนเค้าแปลกใจ และถามว่า "เป็นอะไร ไปทำอะไรมาเหรออ้ำๆอึ้งๆ" ก่อนที่ผมจะโพล่งออกไปว่า.......... "เอ่อ..บาสชอบKนะ"
........................... .....................
...............
นี่คือ beginning of the begining about me & K
นับจากสงกรานต์ปี47แล้ว จนถึงวันนี้เป็นวันที่ 1,234 เลขกำลังสวยเลย ไม่ได้ตั้งใจจะนับวันวันนี้นะ พอดีนั่งย้อนๆไปคิดว่ารวมๆแล้วกี่วันหว่า พอดีเลยแหะ อีกเดือนเดียวก็ต้องจากกันยาวแล้ว เฮ้อออออออออ 8/22/2007 ตามหาหัวใจอีกดวง ๑•ั•ั๑วันนี้อารมณ์ดี มาเล่านิทานให้ฟัง ฮิฮิ ================================ ในอดีตกาลนามมาแล้ว เค้าว่ากันว่า… มนุษย์ทุกคนมีหัวใจด้วยกันจริงๆ แล้วทั้งหมดสองดวง . . . แต่ยังมีเทวดาน้อยอยู่องค์หนึ่ง ซึ่งไม่รู้จักสิ่งที่เค้าเรียกว่า . . . "หัวใจ" ด้วยความที่สงสัยว่า . . . หัวใจนั้นมันเป็นอย่างไร? เทวดาน้อยจึงได้ไปถามนางฟ้า ผู้ที่ดูแลทางเข้าออกของประตูสวรรค์ . . “ท่านนางฟ้า โปรดบอกข้า หัวใจคืออะไร . . .?” “หัวใจ . . . ก็คือสิ่ง บริสุทธิ์ สวยงาม ที่สุดของมนุษย์ยังไงเล่า” “แล้วสิ่งที่เรียกมนุษย์ อยู่แห่งใดล่ะ . . .?” “อยู่เบื้องล่าง ยังอีกฟากของประตูสวรรค์นี่ยังไงเล่า” “เปิดประตูให้ข้าไปชมหัวใจของมนุษย์ ได้มั้ย นางฟ้า . . .?” “มิได้หรอก มันผิดกฎของสวรรค์ เจ้ากลับไปซะเถอะ . . . แค่เจ้ามาสนทนากับข้าก็ผิดมากเท่าใดแล้ว เจ้ารู้ตัวมั้ยเจ้าเทวดาน้อย” เทวดาน้อยทำทีว่า หันหลังกลับไป แต่ . . . ด้วยความที่อยากได้หัวใจมาครอบครองไว้เป็นของตน จึงดึงคันศรธนูออกมา แล้วยิงไปที่นางฟ้าผู้รักษาประตูสวรรค์ หวังจะให้นางฟ้านั้นสลบไปในชั่วข้ามคืนนั้นเอง . . . เทวดาน้อยแอบเปิดประตูสวรรค์ แล้วบินไปยังโลกมนุษย์ กลางดึกของคืนนี้ เป็นคืนที่เงียบสงบ มนุษย์ทุกคนต่างหลับกันหมดแล้ว เทวดาน้อยจึงแอบบินเข้าไปในบ้านของมนุษย์ทุกคน แล้วไปเอาสิ่งที่เรียกว่า “หัวใจ” ของทุกคนบนโลกมนุษย์ มาคนละหนึ่งดวง แล้วนำลอยขึ้นไปบนสวรรค์ หวังจะขโมยกลับไปเป็นของตน แต่ระหว่างที่เทวดาน้อยกำลังกลับเข้าไป ปากทางของประตูสวรรค์ . . . ได้มีนางฟ้าและเทวดาแห่งความรักยืนกั้นอยู่ เทวดาน้อยเห็นดังนั้นจึงบินหนี แต่นางฟ้าองค์หนึ่งได้บินตาม เพื่อมาแย่ง "หัวใจ" ของมนุษย์ทั้งหมดมาไว้ เหตุการณ์ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อหัวใจทั้งหมดได้เกิดกระจายออก . . . แล้วร่วงโปรยปรายไปยังบนโลกมนุษย์ และได้เกิดการสลับสับเปลี่ยน เจ้าของ "หัวใจ" กันในค่ำคืนนั้นเอง . . . เทวดาน้อยถูกลงโทษ ด้วยการเป็นเด็กตลอดกาล . . . และเปลี่ยนชื่อเป็น . . . กามเทพ . . . ให้อยู่บนโลกมนุษย์ เพื่อตามหา "หัวใจ" สองดวงของมนุษย์ . . . ที่ไปอยู่กับใครอีกดวงหนึ่ง ให้มาพบกันตลอดไป . . . ตอนนี้"หัวใจ"ของคุณอีกดวงหนึ่ง . . . ก็คงอาจจะอยู่กับใครบนโลกใบนี้ก็เป็นได้ อย่ารอให้ “กามเทพ” เป็น คนหา "หัวใจ" ให้คุณ . . . ถึงเวลาแล้ว ที่คุณจะต้องตามหา"หัวใจ" ของคุณคืนมา และเมื่อคุณได้มันคืนมาแล้ว . . . จงดูแล"หัวใจ" คุณให้ดี อย่าได้ปล่อยให้ "หัวใจ" . . . มันจากคุณไปอีก เพราะคุณอาจจะไม่มีวันเจอ "หัวใจ" อีกดวง ที่แท้จริง ของคุณตลอดชีวิต หรือชั่วชีวิตก็เป็นได้ . . . พระเจ้าให้ขามา 2 ข้างไว้ให้เราเดินไปทุกที่ที่ต้องการ พระเจ้าให้แขนมา 2 ข้าง ไว้หยิบจับ ไว้โอบกอด พระเจ้าให้หูมา 2 ข้าง ไว้ฟังคำพูดคนอื่น พระเจ้าให้ตามา 2 ข้าง ไว้ให้มองสิ่งต่างๆ ที่อยากมอง และไม่อยากมองก็ตาม พระเจ้าท่านสร้าง 'หัวใจ' ไว้ 2 ดวงแต่อีกดวงนึง อยู่กับคนอีกคนนึง คนที่เราจะต้องใช้ 2 ขาตามหา 2 แขนโอบกอด 2 หูฟังเสียงเขา 2 ตาไว้มองเขา คุณหาเจอหรือยัง ? 8/8/2007 บลาๆๆๆๆๆๆบลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ บลาๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ เข้ามาซ่อนบลอกเว้ย แซวกันอยู่ได้ เชอะ - 3-
|
|
||||||
|
|